การขอวีซ่านักเรียนโดยทั่วไปพลเมืองของชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าประเทศ จะต้องได้รับวีซ่าก่อนไม่ว่าจะเป็นวีซ่าชั่วคราวสําหรับการเข้าพักชั่วคราวหรือวีซ่าผู้อพยพสําหรับถิ่นที่อยู่ถาวร คุณต้องมีวีซ่านักเรียนเพื่อศึกษาต่อในประเทศ หลักสูตรการศึกษาและประเภทของโรงเรียนที่คุณวางแผนจะเข้าเรียนพิจารณาว่าคุณต้องการวีซ่า F-1 หรือวีซ่า M-2 และแต่ละประเทศ จะมีประเภท มีวิธีการและขั้นตอนการเตรียมเอกสารที่แตกต่างการออกไป โดยเฉพาะการขอ วีซ่านักเรียน ที่มีขั้นตอน และการเตรียมเอกสารที่ค่อนข้างซับซ้อน แต่หากนักเรียน ศึกษาและหาข้อมูลก่อนการยื่นขอวีซ่า ก็จะทำให้ไม่มีโอกาสที่จะถูกปฏิเสธวีซ่าจากทางสถานทูต
ประเทศต่างๆเปิดกว้างสำหรับบุคคลที่อยากจะศึกษาต่อต่างประเทศ ฉะนั้นการขอวีซ่าผู้สมัครที่เป็นนักศึกษาทุกท่านจะต้องได้รับการตอบรับให้เข้ารับการศึกษาจากทางโรงเรียนหรือโครงการเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนั้นเมื่อมีการตอบรับ
ทางโรงเรียนจะมีการส่งเอกสารยืนยันให้กับผู้สมัครหรือนักศึกษาแต่ละท่าน เพื่อนำมาใช้ยื่นประกอบในการยื่นคำร้องขอวีซ่านักเรียน
1.Student Visa
สำหรับนักเรียนที่ต้องการเดินทางไปเรียนระดับปริญญา โดยนักเรียนจะต้องได้รับการตอบรับเข้าเรียนจากสถาบันก่อนที่จะสามารถสมัครวีซ่าได้ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมประกอบการขอวีซ่านั้นเรียกว่า Confirmation of Acceptance of Studies: CAS
2.Short-term Study Visa
สำหรับน้องๆ ที่ไปเรียนภาษาหรืออบรมระยะสั้น
วีซ่านักเรียนระยะสั้นจะเป็นของผู้เรียนที่ลงเรียนหลักสูตรที่มีระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน หรือคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่มีระยะเวลาเรียนไม่เกิน 11 เดือน
3.Child Student Visa
ต้องมีอายุต่ำกว่า 16 ปีที่ต้องการเดินทางไปเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

1. หนังสือเดินทางที่เหลืออายุการใช้งานได้เกิน 6 เดือน และหนังสือเดินทางเล่มเก่าทุกเล่มที่มี
2. ฟอร์มวีซ่า/ หนังสือตอบรับจากสถานที่ศึกษาที่สมัครลงเรียน
3. รูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรง 1 รูป อายุไม่เกิน 6 เดือนฉากหลังต้องเป็นสีขาว, สีขาวนวลเท่านั้น ขนาด 35 มม.x 45 มม. (1 นิ้วครึ่ง x 20 นิ้ว)
4. สำเนา บัตรประชาชน/ บัตรประจำตัวข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ (รับรองสำเนาถูกต้องพร้อมลงลายมือชื่อ)
5. หลักฐานการเรียนจบการศึกษาครั้งสุดท้าย เช่น ประกาศนียบัตร หรือ ปริญญาบัตรพร้อม Transcript หลักฐานที่เคยเรียนเพิ่มเติม หรือ เข้ารับการอบรมในขณะที่กำลังศึกษาหรือหลังจบการศึกษาแล้ว เช่น สำเนาประกาศนียบัตร พร้อมหลักฐานต่างๆว่าเคยเข้าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ ในโรงเรียนสอนภาษา
6. หนังสือตอบรับจากสถานศึกษาในประเทศนั้น ระบุ ชื่อหลักสูตร/ค่าเล่าเรียน/ระยะเวลาเรียนทั้งหมด /จำนวนชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์/วุฒิทางการศึกษาที่จะได้ รับเมื่อเรียนสำเร็จแล้ว
7. หลักฐานการเงินของผู้ที่จะรับผิดชอบจ่ายค่าเล่า เรียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในระหว่างการศึกษาที่ ประเทศนั้น หนังสือรับรองจากผู้ออกค่าใช้จ่าย รับรองว่าจะออกค่าใช้จ่ายให้ ในกรณีที่ผู้ออกค่าใช้จ่ายมิใช่ บิดา-มารดา ต้องมี หลักฐานแสดงว่าท่านมีความสัมพันธ์อย่างไรกับผู้ออก ค่าใช้จ่าย เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของท่าน และของผู้ออกค่าใช้จ่าย และจดหมายชี้แจงความสัมพันธ์อย่างละเอียด สมุดบัญชีธนาคารทุกเล่มที่มีของผู้ออกค่าใช้จ่าย ( พร้อมสำเนาย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน)
8. หลักฐานการทำงานของผู้ออกค่าใช้จ่าย ถ้ามีธุรกิจส่วนตัว ให้นำหลักฐานการประกอบธุรกิจ เช่น หนังสือจดทะเบียนธุรกิจ บัญชีรายการทางการ เงินของธุรกิจ สมุดบัญชีธนาคารของธุรกิจ
9. หนังสือรับรองการทำงาน
10. หลักฐานรายได้ เช่น ใบแสดงรายการเงินเดือน (Pay Slip ) หลักฐานการถือครองหุ้น ฯลฯ หลักฐานทรัพย์สินที่มี เช่นโฉนดที่ดิน
11. หลักฐานที่พักอาศัยระหว่างศึกษา ระบุชื่อ/ที่อยู่ หรือสัญญาเช่า (ถ้ามี) สำเนาหนังสือเดินทางหน้าแรกและหน้าที่มีตราประทับทุกหน้าของผู้ รับรอง หลักฐานการเงินของผู้รับรอง หลักฐานการเป็นเจ้าของที่พักอาศัยของ ผู้รับรอง หรือสัญญาเช่า หลักฐานการติดต่อระหว่างท่านกับผู้รับรองเช่น จดหมาย ใบเสร็จค่าโทรศัพท์ รูปถ่าย ฯลฯ
12. ใบรับรองการตรวจสุขภาพ ใบรับรองความประพฤติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
Step1: ทำสัญญาและชำระส่วนมัดจำค่าบริการ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะสัมภาษณ์คุณและSponsor ที่สำนักงาน (และอาจสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ หรือทาง Email)
Step2: ทางเราจะประชุมเพื่อกำหนดขั้นตอนการดำเนิการและระยะเวลาการดำเนินการให้กับ คุณและส่งรายการเอกสารให้กับคุณและ Sponsor รวมถึงการออกแบบการนำเสนอให้กับคุณ
Step3: ติดตามและให้คำปรึกษาด้านเอกสารจากทางคุณ และ Sponsor /นัดตรวจสุขภาพ/ขอใบรับรองความประพฤติจากสำนังานตำรวจแห่งชาติ
Step4: รวบรวมเอกสาร เพื่อแปลเอกสาร กรอกฟอร์ม จัดวางเอกสาร เขียนจดมายอธิบาย ซ้อมสัมภาษณ์ให้กับคุณ
Step5: ยื่นใบสมัครและเอกสารให้กับคุณ ยังสถานทูตหรือเอเจนซี่ของสถานทูต
1.คอร์สที่เรียนไปนั้นไม่เหมาะสมกับวุฒิการศึกษาที่จบมา ถ้าผู้สมัคร VISA F-1 เรียนจบปริญญาตรีด้านภาษาแล้วจะไปลงเรียนคอร์สระยะสั้นภาษาอังกฤษทั่วไปอีกก็ไม่เหมาะสม
2.กรณีที่เรียนจบมานานหรือมีอายุมากแล้วและต้องการไปเรียนเรื่องภาษาอังกฤษ จะถูกเพ่งเล็งของเจ้าหน้าที่สถานฑูตเริ่องการขอวีซ่า
3.ไม่มีเงินเก็บหรือหลักทรัพย์ไม่เพียงพอต่อการใช้เรียน สถานฑูตไม่ได้กำหนดว่าผู้สมัครการขอวีซ่านักเรียนต้องมีเงินเท่าไร ? ผู้ที่ทำการขอวีซ่านักเรียนจะต้องพิจารณาว่าระยะเวลาคอร์สเรียน และค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น อย่างเช่น ค่าเรียน ค่าที่พัก ค่ากินอยู่ และ ค่าตั๋วเครื่องบิน
ถ้าอยู่ไปนานๆจะทำให้เกิดผลเสียที่ตามมา
รับทำวีซ่า
บริการทำวีซ่า
รับทำวีซ่าท่องเที่ยว
เอเจนซี่ขอวีซ่า
บริการขอวีซ่าเร่งด่วน
รับทำวีซ่าต่างประเทศ
รับปรึกษาวีซ่า
ขอวีซ่าไปต่างประเทศ
บริษัททำวีซ่า
บริการทำวีซ่าออนไลน์
เอเจนซี่รับทำวีซ่า
ขั้นตอนการขอวีซ่า
รับทำวีซ่าอังกฤษ
ขอวีซ่าไปอเมริกา
ทำวีซ่าออสเตรเลีย
ทำวีซ่าแคนาดา
ขอวีซ่าฝรั่งเศส
วีซ่าไปจีน
ขอวีซ่าเกาหลีใต้
วีซ่าไปเยอรมัน
วีซ่าไปนิวซีแลนด์
รับทำวีซ่ารัสเซีย
รับทำวีซ่าไปอินเดีย
รับทำวีซ่าไปอเมริกา
รับทำวีซ่าเชงเก้น
รับทำวีซ่าญี่ปุ่น
วีซ่าไม่ผ่านทำยังไง
ขอวีซ่าด้วยตัวเอง
วิธีขอวีซ่าไปต่างประเทศ
รับแปลเอกสารขอวีซ่า
รับยื่นวีซ่าด่วน
เอเจนซี่ช่วยทำวีซ่า
ทำวีซ่าไปเรียนต่างประเทศ
รับทำวีซ่าทำงานต่างประเทศ
บริการวีซ่าครอบครัว
ขอวีซ่าท่องเที่ยวต่างประเทศ
รับทำวีซ่าไม่ผ่านง่ายๆ
เตรียมเอกสารวีซ่า
Copyright © 2020 บริษัท Knight Visa Help Point. All Rights Reserved. Powered by Knight Visa Help Point