เที่ยวยุโรป 2025

เตรียมตัว! เที่ยวยุโรป ตั้งแต่ ต.ค. 2025 ต้องสแกนใบหน้า-ลายนิ้วมือด้วยระบบ EES ใหม่

เตรียมตัว! เที่ยวยุโรป ตั้งแต่ ต.ค. 2025 ต้องสแกนใบหน้า-ลายนิ้วมือด้วยระบบ EES ใหม่

สหภาพยุโรปยืนยันใช้ระบบ EES (Entry/Exit System) ปลายปี 2568 นี้! นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ถือวีซ่าเชงเก้นจะได้รับผลกระทบอย่างไร การปั๊มตราพาสปอร์ตจะหายไปจริงหรือ? อ่านสรุปเข้าใจง่ายที่นี่

สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่วางแผนไปเที่ยวยุโรปช่วงปลายปี 2568 (2025) เป็นต้นไป มีอัปเดตสำคัญที่ต้องรู้! สหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศเตรียมเปิดใช้งานระบบตรวจคนเข้าเมืองรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า EES (Entry/Exit System) ซึ่งจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินทางเข้า-ออกกลุ่มประเทศเชงเก้นอย่างสิ้นเชิง

พูดง่ายๆ ก็คือ การประทับตราบนหนังสือเดินทาง (Passport Stamp) ที่เราคุ้นเคยกำลังจะกลายเป็นอดีต และถูกแทนที่ด้วยระบบดิจิทัลที่ทันสมัยและแม่นยำยิ่งขึ้น

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการ รับทำวีซ่า เราจะมาสรุปให้ฟังว่า EES คืออะไร, ใครได้รับผลกระทบบ้าง และคุณต้องเตรียมตัวอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

EES (Entry/Exit System) คืออะไร? ไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทย

EES คือระบบบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกอัจฉริยะ ที่จะใช้กับนักเดินทางทุกคนที่ไม่ได้ถือสัญชาติของกลุ่มประเทศ EU/เชงเก้น ซึ่งแน่นอนว่า รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยทุกคน ที่เดินทางด้วยวีซ่าระยะสั้น (Schengen Visa) ทุกประเภท

โดยระบบจะเก็บข้อมูลสำคัญของคุณในรูปแบบดิจิทัล แทนการปั๊มตราลงบนพาสปอร์ต:

  • ข้อมูลส่วนตัวบนหน้าพาสปอร์ต
  • ข้อมูลชีวมิติ (Biometrics) ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า และลายนิ้วมือ 4 นิ้ว
  • วันที่และสถานที่ที่คุณเดินทางเข้า-ออกกลุ่มประเทศเชงเก้น

ทำไม EU ถึงต้องใช้ระบบ EES?

เป้าหมายหลักของระบบนี้คือการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

  • เพิ่มความปลอดภัย: ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวตนของนักเดินทางและตรวจสอบประวัติได้อย่างรวดเร็ว
  • ป้องกันการอยู่เกินกำหนด (Overstay): ระบบจะคำนวณและแจ้งเตือนระยะเวลาพำนัก 90 วันโดยอัตโนมัติ ทำให้การตรวจสอบแม่นยำกว่าการนับจากตราประทับ
  • เพิ่มความรวดเร็วที่ด่าน ตม.: ในระยะยาวจะช่วยลดขั้นตอนที่เคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมือง โดยจะมีการตั้ง Kiosk อัตโนมัติให้นักเดินทางสแกนข้อมูลด้วยตนเอง
  • สร้างประวัติการเดินทางที่น่าเชื่อถือ: ข้อมูลการเข้า-ออกที่ถูกต้องในระบบ EES จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาขอวีซ่าเชงเก้นในครั้งต่อๆ ไปของคุณ

 

สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับนักเดินทางไทย

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองนึกถึงขั้นตอนการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง

  • แบบเดิม: เรายื่นพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะเปิดหาตราประทับครั้งล่าสุดเพื่อคำนวณวัน และประทับตราใหม่
  • แบบใหม่ (EES): เราจะเดินไปที่เครื่อง Kiosk อัตโนมัติ (คล้ายที่สนามบินสุวรรณภูมิ) ทำการสแกนพาสปอร์ต, สแกนใบหน้าและลายนิ้วมือด้วยตนเอง จากนั้นจึงไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันขั้นตอนสุดท้าย

⚠️ คำเตือนสำคัญ: การอยู่เกินกำหนด (Overstay) จะถูกบันทึกอย่างละเอียด!

นี่คือประเด็นที่สำคัญที่สุดสำหรับคนไทย โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไปยุโรปบ่อยครั้ง หรือไปเยี่ยมครอบครัว แฟน หรือคู่สมรส

ในอดีต การนับวันอาจมีความคลาดเคลื่อนได้บ้าง แต่เมื่อระบบ EES เริ่มทำงาน ทุกการเข้า-ออกจะถูกบันทึกแบบเรียลไทม์และแม่นยำ 100% การอยู่เกินวีซ่าแม้เพียงวันเดียวจะถูกบันทึกในระบบทันที ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงตามมา เช่น:

  • ค่าปรับที่สูงมาก
  • การถูกส่งตัวกลับประเทศ
  • การถูกแบนห้ามเข้ากลุ่มประเทศเชงเก้นเป็นเวลาหลายปี
  • เป็นประวัติเสียที่ส่งผลต่อการขอวีซ่าในอนาคต

ดังนั้น การวางแผนการเดินทางและนับวันพำนักให้ถูกต้องตามกฎ 90/180 วันจึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจอย่างยิ่งยวด หากมีแผนพำนักระยะยาว การขอวีซ่าประเภทที่ถูกต้องตั้งแต่แรก (เช่น วีซ่าติดตามครอบครัว, วีซ่าแต่งงาน) คือทางออกที่ปลอดภัยที่สุด

เตรียมพร้อมทุกการเดินทาง วางใจเรื่องกฎระเบียบใหม่

แม้ระบบ EES จะยังไม่ประกาศวันเริ่มใช้ที่แน่ชัด แต่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2568 นี้อย่างแน่นอน อย่าให้ความซับซ้อนของกฎระเบียบใหม่มาเป็นอุปสรรคต่อแผนการเดินทางในฝันของคุณ

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการ รับทำวีซ่า ของเราพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยคุณวางแผนการเดินทางให้สอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการขอวีซ่าท่องเที่ยว การนับวันพำนัก หรือการให้คำแนะนำสำหรับวีซ่าระยะยาวประเภทต่างๆ

ติดต่อเรา เพื่อสอบถามข้อมูลและวางแผนการเดินทางของคุณล่วงหน้าได้แล้ววันนี้!

หากคุณต้องการคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือเกี่ยวกับปัญหาเรื่องวีซ่า  พร้อมให้บริการ

โทร: 02 046 0778 / 081 403 1228

ไลน์: : @knightvisa

เว็บไซต์: www.knightvisahelppoint.com

วีซ่าคุณ ให้เราดูแล