ประกาศสำคัญ: ความซื่อสัตย์คือหัวใจสำคัญของการขอวีซ่าสหรัฐฯ พร้อมช่องทางแจ้งเบาะแสการทุจริต

ประกาศสำคัญ: ความซื่อสัตย์คือหัวใจสำคัญของการขอวีซ่าสหรัฐฯ พร้อมช่องทางแจ้งเบาะแสการทุจริต การให้ข้อมูลเท็จหรือการใช้เอกสารปลอมถือเป็นความผิดร้ายแรง ซึ่งส่งผลให้กระบวนการตรวจสอบวีซ่าสำหรับผู้สมัครทุกคนมีความเข้มงวดและล่าช้าขึ้น สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความปลอดภัยของระบบวีซ่าสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่ทุกท่านจะดำเนินการตรวจสอบผู้สมัครทุกคนอย่างเคร่งครัดและจริงจัง โปรดตระหนักว่า: การทุจริตหรือการปลอมแปลงเอกสารไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อตัวผู้กระทำผิด แต่ยังสร้างผลกระทบต่อผู้สมัครวีซ่าท่านอื่น ๆ ที่ต้องเผชิญกับมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น ทางสถานทูตฯ มีระบบการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ช่องทางแจ้งเบาะแส: หากท่านพบเห็นหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต การปลอมแปลงเอกสาร หรือพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจที่เกี่ยวข้องกับการยื่นขอวีซ่าสหรัฐฯ ท่านสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่อีเมล: [email protected] ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับและถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปกป้องความมั่นคงของระบบวีซ่าสหรัฐฯ IMPORTANT NOTICE: Integrity in the U.S. Visa Pro
ประกาศสำคัญ: ผู้สมัครวีซ่าประเภทที่กำหนด ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็น “สาธารณะ” (Public) เพื่อการตรวจสอบ

ประกาศสำคัญ: ผู้สมัครวีซ่าประเภทที่กำหนด ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็น “สาธารณะ” (Public) เพื่อการตรวจสอบ สำหรับผู้ที่กำลังยื่นขอวีซ่าสหรัฐอเมริกาในประเภทดังต่อไปนี้: A-3, C-3 (กรณีเป็นลูกจ้างทำงานในบ้าน), G-5, H1-B, H-3, H-4 (ผู้ติดตามของ H-1B และ H-3), F, M, J, K-1, K-2, K-3, Q, R-1, R-2, S, T หรือ U ท่านจำเป็นต้องปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวใน บัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมดของท่านให้เป็นแบบ “สาธารณะ” (Public) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการยืนยันตัวตนและคุณสมบัติในการเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา ตามกฎหมายของสหรัฐฯ โปรดทราบ: หากท่านไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว จะส่งผลให้กระบวนการพิจารณาวีซ่าของท่านเกิดความล่าช้า ข้อมูลเพิ่มเติม: สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ https://www.ustraveldocs.com/th/th/nonimmigrant-visa IMPORTANT NOTICE: Social Media Privacy Settings Requirement for Specific U.S. Visa Applicants All individuals applying for the following U.S. nonimmigrant visa categories: A-3, C-3 (domestic workers), G-5, H1-B, H-3, H-4 (de
ประกาศสำคัญ: สหรัฐฯ ระงับการออก “วีซ่าถาวร” ให้แก่ผู้ถือสัญชาติจาก 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย

ประกาศสำคัญ: สหรัฐฯ ระงับการออก “วีซ่าถาวร” ให้แก่ผู้ถือสัญชาติจาก 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ประกาศนโยบายใหม่ โดยระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 เป็นต้นไป สหรัฐฯ จะระงับการออกวีซ่าถาวร (Immigrant Visa) ทั้งหมดให้แก่ผู้ที่มีสัญชาติจาก 75 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย โดยให้เหตุผลว่ากลุ่มผู้อพยพจากประเทศเหล่านี้มีอัตราการรับสวัสดิการสาธารณะในระดับสูง ซึ่งก่อให้เกิดภาระทางภาษีต่อผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน รายละเอียดและผลกระทบ: สถานะการยื่นคำร้อง: ผู้สมัครที่มีสัญชาติในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบ ยังคงสามารถยื่นคำร้องและเข้ารับการสัมภาษณ์วีซ่าได้ตามปกติ การอนุมัติวีซ่า: ในระหว่างช่วงระยะเวลาที่มีการระงับนี้ จะไม่มีการออกวีซ่าถาวรให้แก่ผู้สมัครในกลุ่มดังกล่าว ข้อยกเว้นสำคัญ: ผู้ถือสองสัญชาติ: หากท่านถือสองสัญชาติและมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุจากประเทศที่ไม่ได้อยู่ในรายการระงับ ท่านจะได้รับยกเว้น กรณีการรับบุตรบุญธรรม: เด็กที่อยู่ในกระบวนการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมโดยครอบครัวชาวอเมริกัน อาจได้รับยกเว้นเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติภายใต้ประกาศของประธานา
ประกาศสำคัญ: ย้ำเตือนผู้ถือวีซ่าสหรัฐฯ พำนักเกินกำหนดอาจนำไปสู่ผลกระทบถาวร

ประกาศสำคัญ: ย้ำเตือนผู้ถือวีซ่าสหรัฐฯ พำนักเกินกำหนดอาจนำไปสู่ผลกระทบถาวร การถือวีซ่าสหรัฐฯ มาพร้อมกับ “ความรับผิดชอบ” ที่ผู้เดินทางต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ท่านมีหน้าที่ต้องใช้วีซ่าให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์และพำนักอยู่ภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น การอยู่ในสหรัฐอเมริกาโดยไม่ได้รับอนุญาต (Overstay) ถือเป็นความผิดร้ายแรง ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบดังนี้: การเพิกถอนวีซ่า: วีซ่าที่มีอยู่เดิมอาจถูกยกเลิกทันที การถูกส่งกลับประเทศ: อาจถูกควบคุมตัวและส่งกลับประเทศต้นทาง พร้อมประวัติการทำผิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง การเสียสิทธิ์ในการขอวีซ่าในอนาคต: อาจถูกห้ามไม่ให้เข้าสหรัฐอเมริกาหรือถูกปฏิเสธวีซ่าทุกประเภทเป็นการถาวร ผลกระทบต่ออนาคต: ส่งผลเสียต่อความสามารถในการเดินทาง การศึกษา หรือการทำงานในสหรัฐอเมริกาอย่างถาวร ข้อแนะนำ: โปรดตรวจสอบวันหมดอายุที่ได้รับอนุญาตให้พำนัก (ไม่ใช่แค่วันหมดอายุของตัววีซ่าในพาสปอร์ต) และวางแผนการเดินทางให้สอดคล้องกับกำหนดการ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับประวัติการเดินทางของท่าน IMPORTANT NOTICE: Overstaying your U.S. visa can have permanent conseque
ประกาศสำคัญ: ย้ำ! บาร์โค้ด DS-160 และใบนัดสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา ต้องตรงกันเท่านั้น

ประกาศสำคัญ: ย้ำ! บาร์โค้ด DS-160 และใบนัดสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา ต้องตรงกันเท่านั้น ทำไมต้องตรวจสอบ? เพื่อความถูกต้องและปลอดภัย: เป็นขั้นตอนมาตรฐานของสหรัฐฯ ในการตรวจสอบข้อมูลผู้สมัคร ป้องกันการถูกยกเลิกนัด: หากหมายเลขบาร์โค้ดไม่ตรงกันภายใน 2 วันทำการก่อนวันนัดสัมภาษณ์ ระบบจะดำเนินการยกเลิกนัดหมายของคุณโดยอัตโนมัติ ป้องกันการเสียเวลา: หากถูกยกเลิก คุณจำเป็นต้องดำเนินการจองคิวสัมภาษณ์ใหม่ตั้งแต่ต้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของคุณ สิ่งที่ผู้สมัครต้องทำทันที: นำใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160 มาตรวจสอบเปรียบเทียบกับ ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหมายเลขบาร์โค้ดตรงกันทุกตัวอักษรและตัวเลข หากพบข้อมูลไม่ตรงกัน ให้รีบดำเนินการแก้ไขและทำรายการจองนัดหมายใหม่ให้ถูกต้อง ก่อนถึงวันนัดสัมภาษณ์ไม่น้อยกว่า 2 วันทำการ IMPORTANT NOTICE: Ensure your DS-160 and Appointment Confirmation barcodes match! The U.S. Embassy reminds all visa applicants that the barcode number on your DS-160 confirmation page MUST match the barcode number on your interview appointment confirmation page. This is a mandator
อัปเดต Free Visa Thailand 2026 ครม.ปรับระบบ Visa Exemption และ VoA ใหม่

อัปเดต Free Visa Thailand 2026 ครม.ปรับระบบ Visa Exemption และ VoA ใหม่ สรุปรายละเอียดการทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) และการให้สิทธิการตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival – VoA) ของประเทศไทย ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 มีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้ครับ: หลักการสำคัญ รัฐบาลไทยได้ปรับเปลี่ยนมาตรการโดยยึดหลัก “1 ประเทศ/ดินแดน ต่อ 1 สิทธิการยกเว้นการตรวจลงตรา” เพื่อลดความซ้ำซ้อน จัดระเบียบคนเข้าเมือง และยกระดับความมั่นคง รายละเอียดการปรับเปลี่ยนมาตรการใหม่ ยกเลิกสิทธิ “ผ.60”: ยกเลิกมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา 60 วัน ที่เคยให้กับ 93 ประเทศ/ดินแดนเดิมทั้งหมด ทบทวนสิทธิ “ผ.30”: ปรับลดจำนวนประเทศ/ดินแดนที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว 30 วัน จากเดิม 57 แห่ง เหลือเพียง 54 แห่ง จัดตั้งสิทธิ “ผ.15”: เพิ่มมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยวไม่เกิน 15 วัน ให้แก่ 3 ประเทศ/ดินแดน ได้แก่ มัลดีฟส์ มอริเชียส และเซเชลส์ ปรับปรุง “VoA”: ทบทวนสิทธิการตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจค